Month: July 2019

ฮวงจุ้ยQ ตอนที่5: ปัญหาด้านการเงิน หรือความก้าวหน้าทางการงาน

ผมเชื่อว่ามีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่รู้สึกว่าพยายามสุดความสามารถแล้วแต่ก็ยังมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานหรือธุรกิจน้อยกว่าคนทั่วไป เราจะเคยเห็นว่าของที่ขายดีไม่จำเป็นต้องเป็นของที่ดีที่สุดหากแต่มีการทำการตลาดที่ดี หลายธุรกิจมีสินค้าและบริการที่ไม่ดีด้วยซ้ำแต่ก็สามารถขายดีกว่าสินค้าและบริการที่ดีที่ไม่ได้มีการทำการตลาด คนสมัยนี้จึงให้ความสำคัญกับการทำการตลาดมาก แต่เนื่องจากทุกคนก็ทำการตลาดเหมือนกันสุดท้ายแล้วก็จะต้องมีคนที่ชนะและแพ้ บางครั้งก็คิดว่าแผนการตลาดของเราดีเยี่ยมแล้วแต่ก็ดันสู้ของคู่แข่งไม่ได้อยู่ดีโดยไม่ทราบสาเหตุ ในเรื่องของดวงอธิบายว่าคนที่ดวงดีก็เปรียบเสมือนกับการที่เรานำสินค้าไปนำเสนอกับคน 10 คนแล้วคน 10 คนนั้นเดินต้องการสินค้านั้นพอดีเราจึงไม่ต้องใช้เทคนิคทางการตลาดมากเพราะคนมันอยากได้อยู่แล้ว เทียบกับคนที่ดวงไม่ดีก็เปรียบเสมือนกับการนำเสนอสินค้ากับคน 10 คนแต่ว่าคนเจ็บคนนั้นไม่ใช่คนที่อยากได้สินค้าเราถึงแม้เราจะมีวิธีการนำเสนอที่ดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์เพราะเขาไม่ได้อยากได้เขาไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายเรา คนที่มีรูปดวงที่มีความสมดุลโดยมีธาตุที่ให้คุณมากขอธาตุให้โทษและอยู่ในช่วงชีวิตที่พลังงานจากสิ่งแวดล้อมและจักรวาลเกื้อหนุนให้ได้พบกับกลุ่มธาตุที่ให้คุณนี้อยู่ตลอดจึงกลายเป็นคนโชคดีพี่ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะมีคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเข้ามาหาอยู่ตลอด ส่วนคนที่มีรูปดวงที่ไม่สมดุล โดยมีธาตุให้โทษมากกว่าและอยู่ในช่วงชีวิตที่ส่งผลพลังงานในกลุ่มธาตุให้โทษเข้ามาก็จะทำให้ช่วงชีวิตนั้นประสบพบเจอแต่สิ่งที่ไม่ต้องการ ซึ่งหมอดูทั่วไปที่ไม่เข้าใจหลักของพลังงานก็มักจะสอนวิธีการเสริมดวงแบบใช้ความเชื่อเช่น ให้ไปทำบุญ ทั้งที่จริงๆแล้วการไปทำบุญเป็นเรื่องของการละกิเลสเพื่อช่วยทำให้พลังงานของคนมีพลังมากขึ้นหากแต่คนคนนั้นต้องทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์ และก็เป็นการเสริมพลังงานในส่วนของชะตาคนซึ่งเป็นเพียง 1 ใน 3 ของปัจจัยที่กำหนดชะตาชีวิตคน น้อยคนนักที่จะรู้ว่าความลับที่ทำให้คนเราต่างกันจริงๆเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมเช่นบ้านหรือที่ทำงานถึงคนเรามองข้ามไปโดยคิดว่าไม่น่าจะส่งผลต่อชะตาชีวิตมนุษย์ สำหรับคนที่สงสัยว่าพลังงานของสิ่งแวดล้อมส่งผลอย่างไรต่อตัวคนแนะนำให้กลับไปอ่านบทความฮวงจุ้ยบทที่ 1 ซึ่งจะมีการอธิบายแนวคิดภาพรวมไว้ให้ในระดับหนึ่ง สำนักเทคนิคการเสริมฮวงจุ้ยหรือสิ่งแวดล้อมในบ้านสำหรับช่วยเกี่ยวกับการเหนี่ยวนำโอกาสทางธุรกิจหรือกระตุ้นความคิดทางธุรกิจให้เสริมพลังงานในทิศตะวันออกเฉียงใต้และทิศตะวันตก โดยใช้หลักการพื้นฐานเช่นความสว่างที่เพียงพอความเรียบร้อยไม่รกรุงรังความสะอาดโดยเฉพาะพื้นที่หน้าบ้านควรมีบริเวณเพื่อให้พลังงานเข้ามาสะสมไม่ควรมีอะไรบังทางเข้าบ้านหรือประตูบ้าน ถ้ามีเฟอร์นิเจอร์ก็ควรจะย้ายออกเดี๋ยวถ้ามีต้นไม้ก็ต้องตัดออกแต่สำหรับกรณีต้นไม้ต้องมีการดูฤกษ์ที่ผ่านการคำนวณให้ถูกกับพลังงานของคนที่อยู่อาศัยในบ้านและพลังงานของบ้านบวกกับพลังงานณขณะนั้นของจักรวาล ซึ่งไม่ใช่การเปิดฤกษ์ในปฏิทินทั่วๆไปดังจะเห็นได้ว่าในวันที่เรียกว่าวันดีในปฏิทินก็ยังมีคนตายยังมีคนเดือดร้อนนั้นเป็นเพราะไม่มีสิ่งที่เรียกว่าดีสำหรับทุกๆคนเมื่อมีดีสำหรับคนคนนึงก็มีโอกาสที่จะไม่ดีกับอีกคนหนึ่ง หากแต่เป็นที่น่าเสียดายว่ากว่า 90% ของคนที่ดูฤกษ์ที่เป็นฤกษ์ที่อ้างว่าดีกับคุณทุกๆคนทั้งที่จริงๆแล้วเป็นเพียงความเชื่อเท่านั้นอาจจะดีกับคนบางคนเท่านั้น สำหรับคนที่ต้องการจะเสริมพลังงานที่เกี่ยวข้องกับโอกาสทางธุรกิจหรือโชคลาภต้องการจะตัดต้นไม้หรือทำการใดๆที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนกับตัวบ้านจึงควรให้ผู้ที่มีความเข้าใจเรื่องของฤกษ์ยามที่แท้จริงไม่ใช่การเปิดปฏิทินธงชัยหรือเปิดตำราซึ่งบอกว่าวันแบบนี้จะดีแบบนี้กับทุกคนซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน ทางเราก็มีบริการสำหรับคนที่ต้องการหาฤกษ์ในการต่อเติมก่อสร้างลงเสาเข็มตัดผลไม้เพื่อให้หลีกเลี่ยงพลังงานที่ไม่เสถียรซึ่งจะนำพาความซวยหรือโชคร้ายมาให้กับผู้อยู่อาศัย และบริการเสริมฮวงจุ้ยโดยเน้นเรื่องของการเงินเป็นพิเศษ หากแต่ถ้าคุณอยู่ในวงจุ้ยที่ดีกับตัวคุณทุกเรื่องก็จะไปในทางที่ดีเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้วเพราะฉะนั้นการจัดฮวงจุ้ยแบบครอบคลุมมาตรฐานก็จะทำให้1 ใน 3 ของชีวิตคุณอยู่ในทางที่ดีเพื่อประโยชน์แก่ตัวคุณเมื่อรวมกับอีก 2 ส่วนซึ่งคือความสามารถของตัวคุณหนึ่งส่วนและพลังงานในจักรวาลหรือกรรมเก่าของคุณก็จะส่งผลให้ช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายในชีวิตคุณได้อย่างง่ายดาย

ฮวงจุ้ยQ ตอนที่4: เนื้อคู่ ความรัก ความสัมพันธ์ในครอบครัว

คุณอาจจะเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเนื้อคู่ว่าคนเรามักจะมีคนที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่กับเราที่เรียกว่าคู่แท้ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นอย่างไรในมุมมองของฮวงจุ้ยควอนตัม เนื่องจากชะตาชีวิตของคนเราประกอบด้วย 3ส่วน ชะตาคนที่เกิดจากการกระทำความคิดของเรา ชะตาฟ้าซึ่งเกิดจากพลังงานในจักรวาลหรืออาจจะเรียกว่ากรรมเก่าว่าได้เป็นส่วนที่เราไม่สามารถแก้ไขได้หรือแก้ได้แต่อาจจะยากมาก แล้วสุดท้ายคือชะตาดินซึ่งหมายถึงฮวงจุ้ยและสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่อาศัยนั้นเอง เนื้อคู่แท้จริงแล้วหมายถึงบุคคลที่มีรูปแบบของพลังงานเข้ากับเราได้นั่นเองอาจจะเข้าได้น้อยได้มากก็ไม่เป็นไรเพียงแต่ถ้าเข้ากันได้มากเมื่อแต่งงานอยู่กินกันไปก็จะมีโอกาสทะเลาะกันน้อยกว่าคนที่มีรูปแบบของพลังงานที่ไม่เข้ากันหรือเข้าไปน้อยหากแต่ก็เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งในสามส่วนเท่านั้นเอง หลายคู่ถึงแม้รูปแบบของพลังงานจะไม่เข้ากันเลยหรือที่เรียกว่าดวงไม่เข้ากันแต่ก็สามารถอยู่ด้วยกันได้จนวันตายอย่างมีความสุขนั่นเป็นเพราะคนทั้งสองคนนั้นอาศัยชะตาคนซึ่งเกิดจากความคิดและการกระทำของตัวเองบวกกับชะตาดินหรือสิ่งแวดล้อมเช่นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานมาช่วยให้การใช้ชีวิตคู่ดำเนินไปได้ด้วยดีหรือช่วยลดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งลง หากแต่ถ้าเราทราบว่าคู่ของเรามีพลังงานที่เข้ากับเราได้มากน้อยเพียงใดเข้ากันได้ในเรื่องใด เข้ากันไม่ได้ในเรื่องใด เราก็จะได้ทำการเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อที่เมื่อเกิดเหตุการณ์ทะเลาะกันหรือขัดแย้งกันก็จะสามารถตั้งสติและหาทางออกได้ง่ายขึ้นเนื่องจากมีความเข้าใจในเรื่องของความแตกต่างทางพลังงานซึ่งจะส่งผลให้ความคิดพฤติกรรมนิสัยแตกต่างกันไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีหากเพียงมีความแตกต่างกันเท่านั้น พื้นฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับการเสริมสร้างเสน่ห์ หรือความพันธ์เชิงหนุ่มสาว สามารถใช้เทคนิคพื้นฐานของฮวงจุ้ย7ข้อในบทแรกที่เขียนไว้ได้ เนื่องจากเมื่อพลังงานในบ้านสมดุล ทุกเรื่องก็จะออกมาดีเอง เพียงแต่อาจต้องเน้นเรื่องของความสะอาด แสงสว่าง และกลิ่นเป็นพิเศษ เช่นถ้าตำแหน่งของโซนทิศเกี่ยวข้องกับเสน่ห์เรา มีสิ่งสกปรก มืด หรือเหม็น อย่างเช่นมีน้ำเน่าเสียบริเวณนั้น ก็จะส่งผลให้นำพาพลังงานของคู่ที่ไม่สะอาดเข้ามา โดยจะหมายถึงพวกที่อาจมีความสำส่อน หรือเกี่ยวข้องกับสิ่งเทาๆหรืออาจผิดกฏหมาย สำหรับเทคนิคเบื้องต้นสำหรับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวก็พอจะมีที่ผมสามารถแนะนำได้หลักการทั่วไปได้โดยนอกเหนือจากหลักการจัดฮวงจุ้ยภายในเช่นความสะอาดความรกหรือแสงสว่างถ้ายังไม่เคยอ่านแนะนำให้กลับไปอ่านในบทความฮวงจุ้ยพื้นฐานตอนที่ 1 เทคนิคที่จะบอกสำหรับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ก็คือการเสริมพลังงานของทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้านโดยเสริมเฟอร์นิเจอร์ในกลุ่มธาตุดินเฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้านสีเหลืองสีครีม ส้มหรือสีน้ำตาล หรือกลุ่มธาตุไฟเช่นสีแดงชมพูม่วง เพิ่มความสว่างของทิศนี้ให้มาก ห้ามมืด หรือมีซอกมืด ถ้ามีให้นำไฟสีเหลืองมาติดตั้ง โดยภาพรวมให้ทิศนี้มีความสว่างไม่น้อยกว่า 500 lux นอกจากนี้ยังมีเทคนิคขั้นสูงในเรื่องของการเสริมสร้างเสน่ห์สำหรับคนโสด โดยการอัดพลังงานที่ ช่วยดึงดูดคนที่มีพลังตรงข้ามขั้วที่ดีกับตัวเราซึ่งก็หมายถึงเนื้อคู่ ให้เข้ามาไวแบบผิดปกติ แทนที่จะรอให้ถึงช่วงเวลาตามธรรมชาติของฟ้า ซึ่งบางคนก็มีมาแต่เด็ก แต่บางคนก็ไปมีเอาตอนแก่ ซึ่งทำให้โอกาสเจอคู่นั้นยากขึ้นกว่านั่นเอง หมอดูทั่วไปที่ไม่รู้วิชาเสริมพลังงานจึงไปทักว่าดวงไม่มีคู่ ทั้งๆที่จริงๆไม่ได้หมายถึงไม่มีคู่ เพียงแต่จะมีโอกาสเจอคนที่ถูกใจยากกว่าปกติแค่นั้นเอง ถ้ารู้วิธีเสริมพลังงานในกลุ่มที่ดึงดูดคู่เข้ามาก็จะสามารถมีโอกาสเจอคู่ได้เหมือนคนปกติทั่วไปหรือมากกว่าหรือซ้ำ หรือสำหรับคู่รักที่มีเสน่ห์มากเกินไปก็สามารถควบคุมเสน่ห์ได้โดยจะต้องมีการคำนวณรูปแบบพลังงานของบุคคลนั้นๆและใช้อุปกรณ์หรือของแต่งบ้านที่ช่วยเสริมพลังงานลักษณะนั้น โดยอุปกรณ์เหล่านี้หาได้ทั่วไป เพียงแต่มีความแตกต่างกันไปในประเภทของอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ และต้องมีการคำนวณฤกษ์ที่มีความซับซ้อนโดยซินแสสมัยโบราณอาจต้องใช้เวลากว่าเดือนในการหาฤกษ์ยามเนื่องจากต้องหาความสัมพันธ์ของพลังงานในหลักปีเดือนวันและช่วงเวลาโดยต้องสัมพันธ์กับทิศทางพลังงานของบ้านไม่อย่างนั้นแล้วก็จะไม่ค่อยเห็นผลเร็วเท่าที่ควรสำหรับเพื่อนๆที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์หาคู่ยากหรือนกอยู่บ่อยๆสามารถติดต่อขอใช้บริการนี้ได้ครับผม  

ฮวงจุ้ยQ ตอนที่3: สิ่งแวดล้อมภาคนอก (ชัยภูมิ)

ฮวงจุ้ยให้ความสำคัญชัยภูมิเป็นอันดับแรกดังคำที่กล่าวไว้ว่าชัยภูมิไม่ดีไม่ต้องเปิดหล่อแกที่กล่าวไว้แบบนั้นเนื่องจากฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของการเหนี่ยวนำกระแสจากภายนอกเข้าสู่ตัวอาคารหรือบ้านที่อยู่อาศัยนั่นเอง ถ้ากระแสพลังงานเข้าตัวบ้านไม่ได้หรือเข้าแล้วไหลออกเก็บสะสมพลังงานได้ยากถึงแม้จะจัดฮวงจุ้ยภายในได้ดีก็จะได้รับประโยชน์น้อยเพราะไม่มีพลังงานที่จะนำมาหล่อเลี้ยงตัวอาคารได้ดีหรือเพียงพอ วันนี้ผมจะมาเล่าถึงแนวคิดเบื้องต้นสำหรับการเลือกชัยภูมิให้กับเพื่อนๆโดยพื้นฐานอันดับแรก ชัยภูมิที่ดีจะต้องอาศัยปัจจัยเหล่านี้ในการพิจารณา 1.ทิศหลักที่ทำหน้าที่จ่ายกระแสสำหรับพื้นที่โล่งเราต้องมาดูว่าสิ่งแวดล้อมในทิศไหนที่มีการเคลื่อนไหวของกระแสมากที่สุดยกตัวอย่างเช่นมีถนนเข้ามาทางทิศไหนมีช่องลมของตึกหรือภูเขาพุ่งมาทางทิศไหนของตัวที่ดินแม่น้ำอยู่ทางทิศไหนของที่ดินและไหลจากทิศไหนไปทิศไหนถ้าทิศที่ให้คุณแก่ตัวเจ้าของหรือลักษณะของธุรกิจเป็นทิศที่มีกำลังมากก็จะเหมาะกับการก่อสร้างเป็นบ้านหรืออาคารสำหรับการทำธุรกิจโดยทุกทิศก็ล้วนแล้วแต่ดีได้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับเรารูปดวงของแต่ละบุคคลและประเภทของธุรกิจว่าจะชอบพลังงานของทิศไหนมากสมมุติว่าทิศตะวันตกเป็นรูปแบบของพลังงานที่ดีกับตัวเจ้าของหรือผู้ที่จะมาอยู่อาศัยเราก็สามารถเลือกที่ดินซึ่งมีกระแสหล่อเลี้ยงจากทิศนั้นมากเป็นพิเศษแต่ก็ไม่ใช่ว่าทิศไหนเป็นทิศที่ไม่ได้ถูกกับดวงเราหรือธุรกิจเราก็จะไปปิดกั้นมันหมดเลยเพราะบ้านหรืออาคารจำเป็นต้องมีพลังงานครบทุกรูปแบบเพียงแต่อาจจะเน้นพลังงานในรูปแบบที่ดีกับคนอยู่อาศัยหรือธุรกิจไม่ควรที่จะขาดพลังงานใดในพลังงานหนึ่งมากเป็นพิเศษ 2.ชัยภูมิสามารถเก็บกระแสพลังงานได้ดีแค่ไหน ชัยภูมิที่ดีจะต้องสามารถเก็บพลังงานให้มาหล่อเลี้ยงตัวอาคารได้มากที่สุดโดยจะต้องมีอาคารที่สูงกว่าต่ำกว่าหรือมีภูเขาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อที่จะช่วยให้กระแสเข้ามาแล้วมีการหมุนเวียนไม่ใช่ผ่านมาแล้วผ่านไปเลยยกตัวอย่างเช่นที่ที่เหมือนยอดภูเขาหรือยอดเนินต่ำๆที่พื้นลาดออกทุกด้านให้จินตนาการว่าเมื่อฝนตกลงมาน้ำสามารถขังอยู่บริเวณรอบๆได้ง่ายหรือไม่หรือไหลออกจากตัวบ้านไปหมดถ้าน้ำไม่สามารถขังอยู่ในตัวบ้านได้ไหลออกลงไปหมดก็แปลว่าพลังงานไม่สามารถเก็บสะสมได้มาเปรียบเทียบพลังงานในมุมของเงินก็จะเปรียบเสมือนได้เงินเข้ามาถึงแม้จะมากก็เก็บไม่อยู่จะต้องใช้จ่ายตลอดเรื่องการที่มีชัยภูมิแบบนี้จะทำให้การจัดฮวงจุ้ยภายในทำได้ยากมากเนื่องจากกระแสไม่สามารถสะสมภายในตัวบ้านได้ง่าย 3.บริเวณพื้นที่ติดกับธรรมชาติที่สกปรกหรือไม่ยกตัวอย่างเช่นถ้าติดกับคลองที่สกปรกพลังงานที่ไหลมาก็จะเป็นพลังงานที่สกปรกถ้าทำธุรกิจก็อาจจะคิดไปในทางที่สกปรกหรืออีกนัยหนึ่งก็คือธุรกิจสีเทาหรืออาจจะดำเลยก็ได้มลภาวะทางเสียงและกลิ่นหรืออากาศก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลทั้งสิ้น สำหรับบ้านที่ปลูกแล้วจะมีแนวทางวิธีการดูชัยภูมิภายนอกเบื้องต้นได้ดังนี้ 1.สำหรับทาวน์เฮ้าส์ห้องแถวที่มีทางเข้าเพียงด้านหน้าด้านเดียวบ้านหรืออาคารที่มีการแชร์ผนังกับบ้านด้านข้างหมายความว่ากระแสจะมาได้เพียง 2 ด้านคือด้านหน้าและด้านหลังโดยที่บางทีอาจจะได้แค่ด้านหน้าเท่านั้นด้วยเนื่องจากด้านหลังก็จะติดกับบ้านของเพื่อนบ้านทำให้กระแสเข้ามาลำบากทิศทางของกระแสและที่สำคัญจึงมีเพียงด้านหน้าเพียงเท่านั้นถ้าบริเวณด้านหน้าทางเข้าบ้านมีสิ่งกีดขวางไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือเฟอร์นิเจอร์เช่นโต๊ะบังทางเข้าก็จะทำให้กระแสเข้าลำบากส่งผลให้พลังงานในบ้านน้อยคนที่อยู่ก็จะมีสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงกลายเป็นคนที่มีหัวคิดทีหลังไม่สามารถจับกระแสโลกได้สาเหตุก็มาจากกระแสเข้าตัวบ้านยากวิธีการแก้ไขเบื้องต้นก็คือย้ายสิ่งของที่บังทางเข้าหน้าบ้านจะตัวถนนออกถ้ามีต้นไม้ก็ตัดออกอย่าให้บังทางเข้าหน้าบ้านหากแต่ถ้าต้องมีการทำให้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างเช่นการตัดต้นไม้ต้องดูฤกษ์ให้เป็นช่วงเวลาที่เป็นพลังงานที่ดีหรืออย่างน้อยก็ไม่เป็นพลังงานที่ร้ายเมื่อตัดต้นไม้ออกก็จะไม่ทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยต้องได้รับพลังงานที่ไม่ดีโดยพลังงานที่ไม่ดีสามารถส่งผลเลวร้ายได้รุนแรงตั้งแต่เจ็บป่วยไปจนถึงเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตก็เลยก็ได้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการสั่นสะเทือนและรูปแบบของพลังงานณเวลานั้นว่าจะทำปฏิกิริยากับผู้อยู่อาศัยคนใดโดยจะเกิดเหตุการณ์ร้ายอย่างน้อย 3 เรื่องกินระยะเวลาประมาณ 1 ถึง 3 เดือนมาถึงตรงนี้อาจจะเริ่มสงสัยว่าถ้าบ้านตรงข้ามมีการตัดต้นไม้หรือต่อเติมบ้านทำให้เกิดการสั่นสะเทือนมายังบ้านเราเราจะได้รับผลกระทบไหมคำตอบก็คือได้รับถ้าเราสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนไม่ว่าจะมาในรูปแบบของเสียงหรือการสั่นสะเทือนของพื้นเพียงแต่ถ้าตอนนั้นเป็นเวลาที่พลังงานดีเราก็โชคดีไปหากแต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นพลังงานที่ร้ายเนื่องจากพลังงานที่ดีและร้ายมีความซับซ้อนโดยมีวิธีการคำนวณตั้งแต่พลังงานหลักปีเดือนวันยามเพราะฉะนั้นแล้วเมื่อคำนวณออกมาคร่าวคร่าวโอกาสที่เกิดพลังงานในทิศดีซึ่งดีทั้ง 4 หลักในแต่ละช่วงเวลาจะมีอยู่ไม่ถึง 1 ใน 4 ของทิศรอบตัวบ้าน วิธีการแก้ไขเบื้องต้นก็คือถ้าเรารู้ว่าจะมีการสั่นสะเทือนก็หลีกหนีอย่าไปเข้าใกล้ไปอยู่ที่อื่นออกไปข้างนอกบ้านได้ก็ยิ่งดีจะได้ไม่ต้องรับผลจากพลังร้ายหรืออย่างน้อยก็ช่วยลดทอน 2.สำหรับผู้ที่อยู่คอนโดหรือห้องเช่าเราสามารถดูชัยภูมิได้จากการที่ในตัวอาคารมีจำนวนลิฟท์หรือบันไดที่จะพากระแสขึ้นมาสู่ตัวห้องตัวอาคารควรจะมีช่องว่างในตัวตึกที่จะช่วยนำพากระแสเหลืออากาศจากนอกอาคารเข้ามาหล่อเลี้ยงภายในตัวอาคารทิศที่เป็นระเบียงเป็นทิศอะไรเป็นพลังงานที่เราชอบหรือไม่มีอะไรของกระแสหรือไม่ยกตัวอย่างเช่นตึกที่ไม่สูงมากถ้ามีต้นไม้บังบริเวณระเบียงเราก็จะส่งผลเสียทำให้กระแสเข้ามาหล่อเลี้ยงไม่ได้ส่งผลร้ายต่างๆดังที่กล่าวมาในข้อแรก 3.มุมแหลมของอาคารถ้ามองออกไปนอกตัวบ้านพบเห็นมุมแหลมของอาคารหลังคาพุ่งเข้าใส่ตัวบ้านก็จะส่งผลร้ายต่อผู้ที่อยู่อาศัยขึ้นอยู่กับว่าทิศไหนที่ถูกมุมแหลมบุคคลที่มีพลังงานเกี่ยวข้องกับทิศนั้นก็จะได้รับเรื่องเลวร้ายทำขนาดของมุมแหลมใหญ่มากเช่นอาคารมีลักษณะเป็นเหมือนใบมีดพุ่งเข้าใส่อาคารหรือบ้านเราก็จะส่งผลร้ายอาจจะเกิดโรคที่รักษาไม่ได้หรือหนักๆอาจถึงตายเลยก็ได้วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือใช้กระจกเว้าหรือกระจกนูนติดตั้งโดยทำมุมไปที่มุมแหลมนั้นหากแต่กระจกต้องมีความใหญ่เหมาะสมกับขนาดของมุมแหลมนานๆไม่ใช่เอาอันเล็กๆจิ๋วจิ๋วมาติดแล้วจะแก้ได้ทุกกรณี 4.ทางสามแพร่งหรือช่องลมจากอาคารคนส่วนมากเข้าใจว่าทางสามแพ่รงพุ่งใส่ตัวบ้านหรืออาคารรู้แล้วแต่ไม่ดีหารู้ไม่ว่าไม่ได้เข้าใจถูกทั้งหมดทางสามแพร่งเพียงแต่เป็นรูปแบบของกระแสที่พุ่งมาแรงถ้าเป็นกระแสที่ดีกับคนอยู่อาศัยก็จะกลายเป็นเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็วแต่ถ้าเป็นพลังงานที่ไม่ดีกับผู้อยู่อาศัยก็จะกลายเป็นเจริญฮวบฮวบลงนั่นเองช่องลมก็เช่นกันสมัยก่อนจะใช้ลักษณะของภูเขา 2 เขาที่มีช่องลมตรงกลางเป็นลักษณะที่ไม่ดีหากแต่ปัจจุบันคนที่อาศัยอยู่ใกล้หุบเขาในลักษณะแบบนั้นคงไม่ค่อยมีแล้วแต่จะเปลี่ยนเป็นตึกแทนยกตัวอย่างเช่นลักษณะของตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่สหรัฐอเมริกาที่ถล่มไป จะเห็นได้ว่ามีช่องอยู่ระหว่างตึก 2 ตึกโดยเป็นช่องแคบแต่สูงยาวถ้ามีบ้านเรือนอาคารที่ตั้งอยู่และต้องรับลมที่มาจากช่องแคบนั้นถ้าเป็นพลังงานที่ดีก็จะเหมือนลักษณะของทางสามแพ่รงแต่ถ้าไม่ดีก็จะตรงข้ามเช่นกันโดยความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับขนาดของช่องลมหรือทางสามแพร่งก็จะขึ้นอยู่กับขนาดของถนนและความยาวของถนนที่พุ่งมาสำหรับคนที่อยู่ในบ้านเดี่ยวก็จะมีโอกาสได้รับกระแสจากทุกๆทิศเนื่องจากไม่ต้องแชร์ผนังกับเพื่อนบ้านเพียงแต่ก็มักจะมีด้านที่สามารถรับกระแสได้มากที่สุดเป็นด้านหน้าโดยหลักการก็จะคล้ายๆกับทาวน์เฮ้าส์โดยดูว่าประตูบ้านหรือหน้าต่างถูกบดบังจากต้นไม้เฟอร์นิเจอร์หรือไม่มีมุมแหลมของอาคารทางสามแพร่งหรือช่องลมพุงใส่หรือไม่ก็จบลงไปแล้วนะครับสำหรับการดูชัยภูมิเบื้องต้นจริงๆแล้วสิ่งที่เล่ามานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นปัจจัยในการเลือกชัยภูมิหรือพื้นที่อยู่อาศัยหรือทำธุรกิจยังมีอีกมากมายถ้ามีโอกาสจะนำมาแบ่งปันกันต่อไปครับ